ตีแผ่ Oil ในเครื่องสำอาง

130 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ตีแผ่ Oil ในเครื่องสำอาง

#ก่อนอื่นอยากให้ทำความเข้าใจ
#เกี่ยวกับโครงสร้างผิวก่อนค่ะ

Skin barrier หรือผิวหนังชั้นนอกสุด มีหน้าที่หลักคือ รักษาความชุ่มชื้นที่ผิว เพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำ(Trans-epidermal water loss หรือ TEWL)

ผิวชั้นนอกสุดนี้จะประกอบไปด้วย

  1. เซลล์ Corneocyte จะมี NMF หรือ Natural Moisturizing Factorอยู่ภายในเซลล์ ซึ่งเจ้าNMFเนี่ยแหละช่วยดึงดูดน้ำจากสิ่งแวดล้อมเข้าสู่ผิว(ซึ่งในทางเครื่องสำอางใช้คำว่า Humectant ) และยังช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้กับผิวของเราด้วย ตัวอย่างเช่น กรดไฮยารูรอนนิก กรดแลคติก ยูเรีย กรดอะมิโนต่างๆ
  2. Lipid Bilayer จะเป็นฟิลม์เคลือบที่ผิว ช่วยลดการสูญเสียน้ำและปกป้องผิวจากแบคทีเรีย ในทางเครื่องสำอางจะใช้คำว่า ‘’ Occlusive effect‘’

หากต้องการให้ผิวชุ่มชื้นอย่างแท้จริง ควรเลือกครีมที่มีส่วนผสมของทั้งสาร Humectant และ สารocclusive นะคะท่านผู้ชม

ตัวอย่างของสารocclusive agent เช่น

  • Petrolium jelly ปิโตรเลี่ยมเจลลี่ กระปุกเหลืองๆที่เราเคยใช้กันเนี่ยแหละค่า สารตัวนี้โมเลกุลใหญ่ ช่วยเคลือบผิวได้ดี ไม่ระคายเคืองผิว
  • Mineral oils มิเนอรัลออย ตัวนี้หลายๆท่านน่าจะคุ้นเคยนะคะ ยกตัวอย่างเช่น เบบี้ออย
  • Fatty acids กรดไขมัน (Myristic acid, Palmitic acid, Stearic acid) ตัวที่นิยมใช้ในเครื่องสำอางคือ Stearic acid เพราะว่าเจ้ากรดไขมันตัวนี้สามารถเก็บความชุ่มชื้นได้ยาวนานกว่ากรดไขมันตัวอื่น
  • Fatty alcohol (Cetyl alcohol, Cetearyl alcohol, สกัดมาจากน้ำมันธรรมชาติ อย่างน้ำมะพร้าว น้ำมันปาล์มเป็นต้น เกิดจากโมเลกุลของน้ำมันรวมตัวกับโมเลกุลของแอลกอฮอล์ ทำให้คุณสมบัติความเป็นแอลกอฮอล์ลดลง ก่อให้เกิดการระคายเคืองที่ผิวน้อย ทำหน้าที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นของน้ำไว้
  • Fatty acid esters โมเลกุลขนาดเล็ก ไม่เหนียวเหนอะหนะ สามารถซึมเข้าสู่ผิวได้ดี ที่พบบ่อยในเครื่องสำอางเช่น Isopropyl Myristate(IPM), Isopropyl Palmitate(IPP)
  • Fatty ester ทำหน้าที่ให้ความชุ่มชื้น สารอิมัลซิไฟเออร์ ช่วยผสานระหว่างน้ำและน้ำมันในสูตร ตัวที่นิยมใช้ในเครื่องสำอาง คือ Glyceryl monostearate(GMS)
  • Vegetable oil & Animal oils & Fat น้ำมันและไขมัน อุดมไปด้วยวิตามินต่างๆ อาจจะมีกลิ่นหืน สามารถซึมเข้าสู่ผิวได้ดีกว่ามิเนอรัลออย
  • Vegetable oil น้ำมันจากพืช อุดมไปด้วยวิตามินและกรดไขมันไม่อิ่มตัวจำนวนมาก จึงต้องใส่สารแอนตี้ออกซิแดนซ์เข้าไปเพื่อป้องกันกลิ่นหืน ตัวอย่างเช่นน้ำมันอโวคาโด้, น้ำมันรำข้าว, น้ำมันโจโจ้บา, น้ำมันดอกทานตะวัน
  • Animal oil น้ำมันสัตว์ สามารถทนความร้อนได้ดีและมีกลิ่นหืน ยกตัวอย่างเช่น Shark liver oil, Mink oil, Tallow oil
  • Animal fat & wax ตัวอย่างเช่น..
  • Lanolin ไขมันจากแผงคอแกะ อุดมไปด้วยกรดไขมันและFatty alcohol มีองค์ประกอบของสารเคมีคล้ายกับผิวหนังของเรา จะเป็นฟิลม์เคลือบผิวเพื่อป้องกันน้ำระเหยออกจากผิวได้ดี
  • Squalene ส่วนมากสกัดมาจาก Shark liver oil เป็นสารให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ
  • Carnauba wax สกัดมาจาก ใบของปาล์ม
  • Phytosterols เช่น Cocoa, Coconut, Olive butter

มาถึงตอนนี้ ขอสรุปส่วนที่เป็นน้ำมันในเครื่องสำอางที่ทำหน้าที่เคลือบผิว, สารเพิ่มความหนืด และ สารอิมัลซิไฟเออร์ช่วยให้น้ำและน้ำมันเข้ากันได้ดี

ลองสังเกตที่ฉลากของเครื่องสำอางกันดูนะคะว่ามีสารที่เป็นเหล่านี้ไหม ป้าเชื่อว่าจะทำให้ทุกคนเข้าใจมากขึ้นนะคะ